วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปล่อยปลาได้บุญสะเดาะห์เคราะห์

การปล่อยปลาเป็นการปล่อยเคราะห์ลงแม่น้ำถือว่าทำบุญให้ชีวิตสัตว์ เป็นกุศลใหญ่ส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นและแก้ไขดวงชะตาได้ให้พ้นเคราะห์ได้
ปล่อยปลาแต่ละชนิดมีความหมาย‏ เวลาที่คุณทำบุญโดยการปล่อยสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์น้ำ ประเภทปลาซึ่งมีอยู่หลายชนิดนั้นซึ่งแต่ละชนิดมีความหมายในการทำบุญแตกต่างกันไป.....เรามาดูกันว่า ปลาแต่ละชนิดและสัตว์น้ำบางชนิด มีความหมายในการทำบุญด้วยการปล่อยอย่างไร เพื่ออะไรบ้าง บางคนอาจปล่อยสัตว์เหล่านี้ตามจำนวนมากกว่าอายุเรา 1 ปีหรือบางคนอาจยึดหลักตามกำลังวันเกิดของเราเอง
ความหมายของการปล่อยสัตว์
ปลาไหล หมายถึงการเงิน การงานการเรียนจะราบรื่น
ปลาหมอ หมายถึงเพื่อสุขภาพ
ปลาบู่ หมายถึงทดแทนผู้มีพระคุณ
ปลาดุก หมายถึงศัตรูคู่แข่งแพ้พ่าย
ปลานิล หมายถึงทรัพย์สินเพิ่มพูน
ปลาช่อน หมายถึงช้อนเงินทองสิ่งที่ซ่อน เร้นจะได้พบ
ปลาทับทิม หมายถึงทำอะไรราบรื่น
ปลาสวาย หมายถึงเงินทองคล่องตัว
ปลาขาว หมายถึงปลานำโชค
ปลาจารเม็ด หมายถึงจะได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ปลาใน หมายถึงได้เป็นเจ้าคนนายคน
ปลาดุกเผือก หมายถึงปลามงคล
ปลาดำราหู หมายถึงสะเดาะเคราะห์
ปล่อยกบ หมายถึงขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร
หอยขม หมายถึงทิ้งความขมขื่นจะร่มเย็นเป็นสุข
หอยโข่ง หมายถึงหนทางโล่งเป็นผู้นำข้าทาสบริวารมาก
ตะพาบ หมายถึงภัยคุกคามต่างๆจะราบ อัมพาตจะดีขึ้นอายุมั่นขวัญยืน

สำหรับผู้ที่เกิดแต่ละวัน มีเคล็ดในการทำบุญต่าง ๆ กันไป ดังนี้
บุคคลใดที่เข้าสู่เบญจเพท อายุลงท้ายเลข 5 ,9 เช่น 25 29 35 39 45 49 55 59 เป็นต้น
คนเกิดวันอาทิตย์ ให้ปล่อยปลาไหล
คนเกิดวันจันทร์ ให้ปล่อยนก
คนเกิดวันอังคาร ให้ปล่อยหอยขม
คนเกิดวันพุธ ให้ปล่อยปลาไหล
คนเกิดวันพฤหัส ให้ปล่อยเต่า
คนเกิดวันศุกร์ ให้ปล่อยปลาหมอ
คนเกิดวันเสาร์ ให้ปล่อยปลาไหล
จำนวนสัตว์ที่ปล่อยถ้ามีกำลังทรัพย์ ก็ให้มากกว่าอายุสำหรับคนที่มีรายได้น้อยไม่สะดวกเรื่องเงิน ให้ถือเลขอายุลงท้ายเลข คู่ ให้ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคี่ เลขอายุลงท้ายเลขคี่ ให้ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคู่ เช่น 
อายุ 24 ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคี่ 1 3 5 7 9 ..... ฯ
อายุ 25 ปล่อยสัตว์จำนวนเลขคู่ 2 4 6 8 10 12 14 ..... ฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก FW Mail
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

7 เสน่หามัดใจชาย


อุณภูมิร้อนนอกกายดับได้ด้วยเครื่องปรับอากาศแต่ความเร่าร้อนของตัณหานี่สิต้องดับด้วยกลเม็ดของคุณเอง

อากาศเปลี่ยนแปลง ฝนตก ฟ้าร้อง ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางอารมณ์เซ็กซี่ของหญิงชายหรอกนะจะบอกให้ ทั้งคุณและเขาสามารถปรุงแต่งอารมณ์และบรรยากาศให้แสนโรแมนติก เพื่อปลุกเร้าใจกายให้โลดแล่นไปตามวิถีแห่งความรัก ด้วยเทคนิคการปลุกเร้าอารมณ์สุดที่รักของคุณจนติดใจไม่อยากมองหาใครอื่นอีก 

1. สัมผัสลูบไล้ ควรเอาใจใส่ดูแลสุดที่รักของคุณหลังเลิกงานกลับบ้าน ด้วยการนวดผ่อนคลายความเมื่อยล้าและพูดจาหวานๆ กับเขา หากมือนุ่มๆ ของคุณค่อยๆ นวดและลูบไล้ไปยังส่วนนั้นของเขา รับรองว่าเขาจะต้องเร่าร้อนดั่งไฟเป็นแน่ หรือสลับกันให้เขานวดคุณบ้างก็ได้นะ

2. โป๊แต่อย่าเปลือย จากแบบสอบถามได้ผลมาว่า 76% ของผู้ชายไม่เกิดความรู้สึกเร้าอารมณ์เมื่อแฟนสาวเปิดเปลือยหน้าอกโล่งแจ้ง แต่ถ้าเปิดให้เห็นวับๆ แวมๆ จะเกิดอารมณ์เซ็กซ์มากกว่า ดังนั้น การจะยั่วใจชายต้องมีเทคนิค การเปลือยกายให้สุดที่รักเห็นบ่อยๆ พอนานวันก็ขาดความเร้าใจได้เหมือนกันเพราะเห็นจนชินตา ดังนั้น หากคิดจะยั่วยุอารมณ์ของเขาก็ควรใส่เสื้อคอกว้างและก้มๆ เงยๆ ตรงหน้าเขาขณะสนทนา หรือใส่กระโปรงผ่าหน้า ผ่าข้างหรือผ่าหลังให้เขาเห็นเรียวขาของคุณวับๆ แวมๆ แค่นี้คุณก็ดูเซ็กซี่เหลือหลายในสายตาเขา

3. ลูกผู้ชายตัวจริง ถ้าสุดที่รักของคุณรู้สึกฮึกเหิมในความเป็นชายก็จะช่วยให้เขามีพลัง เซ็กซ์ที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่หดๆ หายๆ สาวๆ จึงต้องรู้จักให้โอกาสเขาได้แสดงความเป็นอัศวินออกมา ส่วนคุณก็แสดงความนุ่มนวลและความอ่อนแอของผู้หญิงให้เขาเห็น อย่างเช่น ขอร้องเขาให้ช่วยรื้อโยกย้ายโต๊ะเก้าอี้ในห้องรับแขก หรือให้ช่วยดูยางรถยนต์ให้หน่อย และให้คุณคอยดูเขาทำงานและชมเชยความเก่งกล้าและกล้ามเนื้อที่เป็นมัดของเขา รับรองว่าไม่มีผู้ชายคนใดปฏิเสธความเป็นที่หนึ่งของตัวเองหรอก

4. ช่วยอาบน้ำ ในขณะที่เขากำลังอาบน้ำ ทำให้เขาประหลาดใจด้วยการนำเครื่องดื่มผลไม้ไปให้ และระหว่างที่เขากำลังดื่มก็ให้คุณถูสบู่ไปทั่วกายของเขา แต่ให้เลี่ยงหลบเจ้าหนูของเขา อย่าไปทักทายพญามังกรที่กำลังนิ่งสงบอยู่ เป็นการยั่วยุอารมณ์เขาให้รอคอยด้วยความระทึกใจและตื่นเต้น

5. จูบในอ้อมแขน รู้มั้ยว่าการยั่วยวนสุดที่รักของคุณให้กระพือไฟรักนั้นไม่ยากเลย ให้คุณใช้มือวางที่หลังศีรษะของเขา อีกมือหนึ่งกอดรอบตัวเขา และโน้มศีรษะของเขามาจูบ พร้อมกับเบียดร่างทุกส่วนเข้าหาเขาเพื่อให้เขาสัมผัสแนบชิดกับร่างกายของคุณ เมื่อคุณจูบเขาสักครู่หนึ่งก็ค่อยๆ ขยับร่างออกห่างเล็กน้อย เขาจะรู้สึกเหมือนภูเขาไฟที่กำลังเดือดพล่านพร้อมจะปะทุออกมา

6. เสียงสื่ออารมณ์ หากกำลังนั่งดูภาพยนตร์ทีวีที่น่าเบื่อด้วยกัน ให้คุณซุกกายลงในอ้อมกอดของเขาพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ มือลูบไล้ไปที่ท้องของเขาและคราง "ฮืม" ไปด้วย รู้มั้ยว่าผู้ชายชอบฟังเสียงแสดงความรู้สึกของผู้หญิง และในไม่ช้าเขาก็จะคล้อยตามอารมณ์คุณไปด้วย

7. เกมนี้มีรางวัล หาไพ่มาเล่นกับสุดที่รักของคุณ จะเล่นยังไงก็ได้เพียงให้มีผู้แพ้และผู้ชนะ คือ ผู้ชนะจะสั่งให้ผู้แพ้ทำอะไรก็ได้ จะช่วยเพิ่มความสนิทสนม ความสนุกสนานและเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะออกกำลังเพิ่มความร้อนแรงให้กับ อารมณ์พิศวาสของหญิงชายให้เร่าร้อนยิ่งขึ้น

ที่มา sanook.com

เล็ก ไลค์ เลิฟ พื้นที่เล็กแต่น่าอยู่มว๊ากก

อึดอัดกันไหมกับห้องเล็กๆ แคบๆ มองไปทางไหนก็ดูรกหูรกตาไปหมด เฮ้อ! ชีวิตคอนโดก็เงี๊ยะ หลายคนยอมทำใจอดรนทนกับพื้นที่คับแคบ เพื่อแลกกับความสะดวกสบายในชีวิตเมือง อย่างรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า ออฟฟิศ ฯลฯ แหม่...ดูเศร้าไปเนอะ จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นรึเปล่า รู้มั้ยว่าเพียงลองปรับ รู้จักจัดการกับพื้นที่อย่างถูกวิธี แค่นี้คอนโดเล็กๆ ของคุณก็กลายเป็นสวรรค์ได้นะจะบอกให้
5 วิธีจัดการพื้นที่เล็กให้น่าอยู่มว๊ากกกก

กล่องมหัศจรรย์
กล่องขนาดต่างๆ ที่เก็บของได้สารพัด คือตัวช่วยในการจัดเก็บ สร้างความเรียบร้อย ประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เก็บของเกลื่อนกลาดลงกล่องซะเท่านี้ก็สะอาดสบายตา กล่องใสช่วยให้เราเห็นได้ว่าเราเก็บอะไร แต่เมื่อจัดเรียงแล้วอาจไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่ ดังนั้นแนะนำว่าเลือกกล่องทึบสวยๆ ที่เป็นชุด หรือประดิษฐ์ขึ้นเองก็ได้ เวลาจัดเรียงแล้วจะทำให้ดูเป็นระเบียบสวยงาม อ้อ! อย่าลืมติดป้ายไว้ทุกใบด้วยนะจะได้หาของง่ายๆ อิอิ

มุมเก็บของในห้องนั่งเล่น



ห้องนั่งเล่นมักเต็มไปด้วยข้าวของ ควรวางแผนจัดเก็บกันให้ดี เพื่อพื้นที่อันแสนสบายน่านั่ง ดังนั้นห้องนี้ควรมีมุมเก็บของ ไม่ว่าจะเป็นใต้ม้านั่งยาว โต๊ะกลาง ชั้นวางของ หรือพื้นที่บนผนังที่สามารถติดกล่อง หรือตะกร้าไว้ใส่จดหมายหรือบิลต่างๆ หรือจะแอบเก๋ด้วยกล่องเก็บของสีสด ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับห้องก็ได้

ห้องครัวสวยเก๋ ไม่ระเกะระกะ

อย่างที่รู้ๆ ว่าห้องครัวมักจะเต็มไปด้วยข้าวของหลายชนิดหลายรูปทรง หากทำตู้ติดผนังก็ควรทำให้มีความสูงจรดเพดาน พื้นที่ในตู้ใต้ซิงค์ล้างจานก็คควรหาตะกร้าหรือกล่องเปิดแยกหมวดหมู่ข้าวของ ที่สำคัญต้องไม่ลืมกำจัดของที่ไม่ใช้บ้าง หรือจะลองเสริมชั้น D.I.Y ที่ผนังว่างใต้ตู้แขวนหรือหลังบานประตู เพื่อวางสิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำพวกขวดเครื่องปรุง ก็เป็นไอเดียที่เก๋ดีนะ

เก็บหนังสือเข้าที่อย่างมีสไตล์


การเก็บหนังสือนอกจากจะเรียงหนังสือเป็นแนวตั้งซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆ แล้ว การเก็บในชั้นที่ชิดผนังด้านใดด้านหนึ่งทั้งผนัง จะช่วยทำให้ภาพรวมดูดีขึ้น แนะนำให้ทำชั้นวางทรง L-Shape ที่มุมห้อง ปล. ควรตรวจสอบความแข็งแรงให้ดีๆ ไม่งั้นชั้นวางพังลงมานี่งานงอกทันที 555

มุมเก็บของล่องหน

อ่านหัวข้อแล้วหลายคนมีอันงงว่าเอร๊ย! อะไรจะขนาดนั้น จริงๆ แล้วมันก็ไม่มีอะไรยาก ไม่ต้องใช้เวทมนต์คาถาใดๆ เพียงแค่ห้องของคุณมีมุม หรือช่องขนาดซัก 1 x 1.5 เมตร คุณก็ได้มุมเก็บของล่องหนแล้วล่ะ โดยใช้ราวที่มีจำหน่ายทั่วไป หรือชั้นวาง D.I.Y. ขนาดที่เข้ามุมได้ แล้วกั้นม่านพรางตาด้วยผ้าแพทเทิร์นสวยเข้ากับสีผนัง แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย ได้ที่มุมเก็บเสื้อผ้า หรือของใช้เล็กๆ น้อย ที่สวยงามไม่รำคาญตา เริ่ดมั้ยล่ะ
ลองนำ 5 วิธีนี้ไปใช้จัดการกับพื้นที่เล็กในบ้านของคุณดู แล้วคุณจะรู้ว่าพื้นที่เล็กๆ ในบ้านสามารถเปลี่ยนเป็นมุมแห่งความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้ ลองดูสิ!

ที่มา sanook.com

5 ประเทศแสนสวยและมีความสุขที่สุดในโลก

สถาบันวิจัย Legatum Institute  กรุงลอนดอน ในประเทศอังกฤษ เปิดเผยผลการสำรวจความสุขของประชากรในแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลก 5 อันดับแรกได้แก่
1.นอร์เวย์

2.เดนมาร์ก

3.ฟินแลนด์

4.ออสเตรเลีย

5.นิวซีแลนด์
การจัดอันดับนี้ได้ใช้หลักเกณฑ์คำนวณจากดัชนีความสุขในด้านต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจ, การศึกษา, สุขภาพ, ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน, เสรีภาพส่วนบุคคล, และทุนทางสังคม ของประชาชนใน 110 ประเทศ ทั่วโลก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :INNขอขอบคุณภาพจาก : photos.com

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

3 ข้อห้ามในการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีอย่างเดียวเราควรที่จะมีการจัดการกับการออกกำลังกายให้เหมาะสม เพราะไม่อย่างนั้นอาจส่งผลเสียกับร่างกายได้ เช่น กล้ามเนื้อบาดเจ็บ ข้อต่อพลิกออกกำลังกายจึงมีข้อควรระวัง 3 ข้อ
1.อุณหภูมิของร่างกายสูง ให้สังเกตตัวเอง ถ้ามีอาการไข้ ตัวลุมและมีอาการมึนงง ปวดหัวร่วม ก็ควรที่จะมีการชะลอการออกกำลังกาย ยิ่งถ้าเราไปออกกำลังกายอีกก็เท่ากับไปเพิ่มความร้อนให้ถึงสองส่วน อาจส่งผลให้สมองทนไม่ได้ อาจะช๊อคหรือเป็นลมหมดสติไปเลยก็ได้
2.การถ่ายอุจจาระ ถ้ามีการถ่ายเกิน 3 ครั้งขึ้นไป วันนั้นก็ควรที่จะงดการออกกำลังกายเสียก่อน เนื่องจากร่างกายเรามีการเสียเกลือแร่มากไปจะมีผลต่อการรับรู้และสั่งงานผิดปกติ
3.การอดนอน คนที่ชินกับการนอนดึกสักตี 3-4 หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ (อดนอน) หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ควรงดการออกกำลังกาย
ซึ่งข้อห้ามต่างๆเหล่านี้ห้ามเพื่อไม่ให้ร่างกายบาดเจ็บมากขึ้นเพราะผลเสียที่เกิดจากการออกกำลังกายโดยที่ร่างกายไม่พร้อมนั้นแย่กว่าการอยู่เฉยๆ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายคนอาจพบเจอมาแล้วว่าทำไมบางครั้งออกกำลังกายแล้วยังอ่อนเพลีย..หรือรู้สึกไม่สดชื่น
ที่มา Sanook.com

จัดบ้านอย่างไร....ให้เงินทองไม่รั่วไหล

โดยปกติทั่วไปแล้ว บ้านจัดสรรหรือทาวเฮาส์ ตึกแถว ที่ถูกสร้างไว้อยู่แล้ว มักจะมีพื้นที่ด้านล่างในลักษณะโปร่ง กว้าง โล่งๆ ยาวไปทางด้านหลัง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า บางคนมักจะกั้นห้อง เพื่อให้เป็นสัดส่วน แต่ถ้ากั้นห้องมากจนเกินไป จนทำให้แลดูคับแคบจะเป็นผลไม่ดี เนื่องจากว่าเป็นลักษณะของอัปมงคล พลังชี่ไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้เงินทองรั่วไหลได้โดยง่าย ขาดโชคลาภ และเป็นผลให้คนในครอบครัว ไม่แต่ความว้าวุ่นใจ
วิธีแก้ไข ตั้งพาร์ทิชั่น หรือนำตู้ ชั้นมาตั้งวางเพื่อให้เป็นสัดส่วน แค่ 2 ส่วนก็เพียงพอ
แหล่งน้ำกลางบ้าน
ที่บ้านของคุณมีแหล่งน้ำอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของบ้านรึเปล่า และอยู่ค่อนมาทางหน้าบ้านหรือไม่ ถ้ามีห้องน้ำ หรือตู้ปลาหรืออ่างน้ำพุ ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวถือว่าไม่ดี จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและโชคลาภ
วิธีแก้ไข ถ้าเป็นสิ่งของที่สามารถทำการเคลื่อนย้ายได้ ก็ให้เคลื่อนย้ายออกไปอย่างไปจัดตั้งตรงบริเวณกลางบ้าน แต่ถ้าเป็นห้องน้ำ ให้นำม่านหรือมู่ลี่ติดหน้าประตูห้องน้ำ นำกระถางต้นไม้ประเภทไม้ใบ ไปตั้งไว้ในห้องน้ำ ให้ตักเกลือ 2 ช้อนโต๊ะใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วนำไปวางไว้ใต้โถชักโครก
หิ้งบูชากับประตู
ตำแหน่งที่เหมาะักับการตั้งหิ้งบูชา คือบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ และต้องตั้งในที่มีผนังทึบตัน หรือให้หลังหิ้งมีที่พิงอันมั่นคงแน่นหนา การตั้งหิ้งบูชาไว้เหนือขอบประตูถือว่าเป็นจุดเสีย เพราะบริเวณนั้นมีคนเดินผ่านไปมา มีพลังการเคลื่อนไหว จะส่งผลเสียต่อพลังศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยมีแต่ความเสื่อมถอยมากกว่าเจริญ
วิธีแก้ไข ย้ายมุมจัดตั้งหิ้งบูชา ไปไว้ผนังด้านอื่นและควรให้หิ้งหันหน้าไปทางประตูหน้าบ้าน จึงจะมีผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำมาค้าขาย
การวางตำแหน่งเตียงใต้คาน
บ้านหรือตึกแถวบางหลังที่มีขื่อคานปรากฏให้เห็น ไม่ควรวางเตียงไว้ใต้ขื่อคาน เพราะถือว่าเป็นจุดที่ไม่ดี จะมีผลต่อสุขภาพ ทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เจ็บป่วยได้ง่าย อาจปวดศรีษะและแน่นหน้าอกได้บ่อยๆ คู่สมรสมักจะเกิดความไม่ลงรอยกัน ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ตลอดเวลา
วิธีแก้ไข ให้ย้ายเตียงไปอยู่ในตำแหน่งอื่นให้พ้นขื่อคานนั้น หรือ หากไม่สามารถทำได้ ให้ตีฝ้าปิดคานนั้นเสีย หรือใช้ผ้าสีน้ำเงินผืนใหญ่ขนาดเท่ากับความกว้างของเตียง ปิดเหนือเตียง เพื่อไม่ให้เห็นขื่อคานนั้น
อย่าหันหัวเตียงติดห้องน้ำ
การตั้งหัวเตียงไปชิดกับผนังด้านที่เป็นห้องน้ำถือว่าไม่ค่อยดีนัก และถ้ายิ่งจุดที่ตั้งของชักโครกตรงกับหัวเตียงด้วยแล้วยิ่งไม่ดีอย่างมาก เพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีอารมณ์แปรปรวนง่าย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย โชคลาภก็พลอยหดหายไปด้วย ทำให้ไม่มีความเจริญ
วิธีแก้ไข คือย้ายหัวเตียงหันไปทางอื่น
การตั้งโต๊ะทำงานกับประตู
หากใช้ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว หรือคอนโดมิเนียม ทำเป็นสำนักงาน การจัดวางโต๊ะทำงาน อย่าตั้งโต๊ะทำงานโดยที่เมื่อนั่งทำงานแล้วหันหลังให้กับประตู เพราะจะทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น
วิธีแก้ไข คือให้ย้ายมุมโต๊ะใหม่ หรือหากระจกเงามาติดไว้ข้างหน้า ให้ส่องไปทางด้านหลังให้เห็นประตูเปิดปิดได้ หากเป็นไปได้ควรย้ายโต๊ะทำงานให้อยู่ในลักษณะหันข้างให้ประตูจะดีกว่า
เสาไฟฟ้าตั้งอยู่หน้าบ้าน
หากว่ามีเสาไฟฟ้าตั้งอยู่ตรงกับหน้าบ้านพอดี ถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้บ้านของคุณขาดพลังความสมดุล มีผลให้สภาพจิตใจไม่ปรกติ โมโห หงุดหงิดง่าย และมักออกอาการเกรี้ยวกราดง่ายอยู่เสมอ ทำให้ขาดโชคลาภ
วิธีแก้ไข หาลูกแก้วคริสตัลมาแขวนหน้าประตูบ้าน เพื่อช่วยสะท้อนและกระจายสิ่งที่ไม่ดีให้ออกไปจากบ้าน
ตึกอกทะลุ
ตึกแถวหรือบ้านที่มีประตูเข้าออก ทั้งทางด้านหน้าและทางด้านหลัง หากเป็นลักษณะอกทะลุหมายถึง การที่มีประตูเปิดปิดทั้งด้านหน้าและด้านหลังตรงกันจะเป็นลักษณะที่ไม่ค่อย ดีนัก ทำให้ทำมาค้าขายไม่รุ่ง ได้เงินมา หรือโชคลาภผ่านเข้ามาก็จะผ่านออกไปอย่างรวดเร็ว
วิธีแก้ไข ให้เปิดประตูด้านเดียว หรือหาฉากกั้นบังไม่ให้ประตูทั้งสองด้านมองเห็นกัน หรือหาตู้มากั้นให้ประตูหลังเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของประตูหน้า
กระจกร้าวในบ้าน
ลองตรวจสอบภายในบ้านของเราดูว่า มีกระจกบานใดที่มีรอยร้าว รอยแตก บิ่น หรือไม่ เพราะกระจกดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีนัก เพราะว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ของคนในบ้าน จะมีแต่ความร้าวฉาน ไม่รักใคร่ปรองดองกัน เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ตลอดเวลา
วิธีแก้ไข คือให้เปลี่ยนกระจกใบที่มีรอยร้าวเสียใหม่ และทิ้งกระจกร้าวนั้นไปจากบ้านเสียเลย หรือ หากเป็นกระจกที่บานใหญ่มากๆและเกิดรอยร้าวไม่มากนัก สามารถนำรูปภาพมาปิดรอยร้าวอย่าให้เห็นก็ได้
ที่มา sanook.com

เลี่ยงเถอะ ! 9 สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ


           อยู่ในบ้านที่มีการตกแต่งแบบเดิม ๆ มานาน หลายคนอาจจะเริ่มเบื่อกับความจำเจ และรู้สึกอยากจะตกแต่งห้องนั่งเล่นใหม่ดูบ้าง จะได้เพิ่มสีสันให้ห้องนั่งเล่นและบ้านดูมีชีวิตชีวาน่าอยู่ขึ้น แต่ถ้ายังคิดไม่ตกว่าควรจะตกแต่งห้องนั่งเล่นยังไงให้สวยโดนใจ ถ้าอย่างนั้นก่อนจะตัดสินใจลงมือปรับโฉมห้องนั่งเล่น มาลองดูสไตล์การตกแต่งห้องนั่งเล่นที่ควรเลี่ยงกันก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าสไตล์การตกแต่งแบบไหน ที่แต่งออกมาแล้วอาจพลาดจนห้องนั่งเล่นไม่สวยเป๊ะอย่างใจต้องการ

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Sally Wheat Interiors

1. ติดม่านยาวลากพื้น

           จุดประสงค์ของการติดผ้าม่านให้หน้าต่างก็คือ เพื่อให้ช่วยกันแสงแดดส่องเข้ามาในบ้านมากเกินไป และเพื่อพรางสายตาจากคนภายนอกไปด้วยในตัว นอกจากนี้ยังนิยมติดม่านเพื่อเพิ่มความสวยงามให้บ้านอีกด้วย ซึ่งการติดม่านเพื่อความสวยงามนั้นต้องเป็นการติดม่านในระดับที่ไม่สูงจนใกล้เพดานมากเกินไป และความยาวของผ้าม่านก็ไม่ควรยาวถึงพื้นด้วย แต่ควรจะมีความยาวแค่เลยขอบหน้าต่างด้านล่างมาเล็กน้อย เพราะถ้าหากม่านมีความยาวมากเกินไปจนเกือนจะคลุมเพดานส่วนนั้นไว้ทั้งหมด จะทำให้บ้านดูมืดทึบ ไม่โปร่งสบาย

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Celebrity Communities

2. เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเดียวกันทั้งห้อง

           เฟอร์นิเจอร์ไม้และพื้นไม้ ให้ลุคสุดคลาสสิกกับบ้านก็จริง แต่ถ้าคุณเลือกปูพื้นห้องด้วยไม้สีเข้ม อีกทั้งยังตกแต่งห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ และโซฟาสีที่ใกล้เคียงกับพื้นไม้อีก ก็จะทำให้ห้องดูมืดทึบ ไม่โปร่งสบาย แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในป่ามาไปอีกด้วยล่ะ ดังนั้นถ้าหากเลือกปูพื้นห้องด้วยวัสดุที่เป็นไม้ ก็ควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์สีอ่อน หรือเลือกตกแต่งห้องด้วยสีอื่นที่ตัดกันอย่างลงตัวแทนนะคะ

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Lilli Design

3. ปูพรมทั้งห้อง

           การปูพื้นด้วยพรมผืนสวยก็ค่อนข้างเป็นที่นิยม เพราะพื้นพรมให้สัมผัสที่นุ่มเท้า และเป็นการตกแต่งที่ช่วยเสริมให้ห้องดูดียิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่ที่มักจะพลาดกันก็คือ ตัดสินใจปูพรมเต็มพื้นที่ทั้งห้อง ซึ่งถือเป็นการตกแต่งที่ไม่ค่อยจะสวยงามสักเท่าไร เนื่องจากการปูพรมทั่วทั้งบริเวณ จะให้ความรู้สึกขัดตา เหมือนการสวมถุงเท้าแล้วใส่รองเท้าแตะ ดังนั้นถ้าอยากปูพรมในห้องนั่งเล่น ก็ควรปูพรมที่ใต้โต๊ะรับแขก โดยให้พรมมีพื้นที่เหลือออกมาด้านข้างอย่างน้อย 18 นิ้วจากตัวโต๊ะรับแขกเท่านั้นก็พอค่ะ

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Snap It Photography

4. ติดกรอบรูปชิดกันเป็นแผง

           โดยปกติแล้วในห้องรับแขกของทุกบ้านจะมีกรอบรูปตั้งโชว์ หรือแขวนโชว์บนผนังอยู่ ซึ่งก็เป็นการตกแต่งที่ช่วยให้ห้องรับแขกดูอบอุ่นเป็นกันเองมากขึ้น แต่ข้อผิดพลาดที่มักจะพบเจอกันเป็นประจำก็คือ การเลือกรูปถ่ายขนาดเล็กมาใส่ในกรอบที่ใหญ่เกินไป แถมยังวางหรือแขวนบนผนังเรียงติดกันเป็นพรืดจนดูแล้วรกตาเป็นที่สุด ดังนั้นหากคิดจะแขวนรูปถ่ายโชว์ ควรเลือกรูปและกรอบขนาดพอดีกันและแขวนตามจุดต่าง ๆ บนผนัง หรือถ้าจะเลือกแขวนที่มุมใดมุมหนึ่ง ควรเว้นระยะห่างระหว่างกรอบรูปประมาณ 4 นิ้วเป็นอย่างต่ำ

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก MaRae Simone

5.  ทาสีผนังทั้งหมดด้วยสีอ่อน

           สีทาบ้านเฉดอ่อน ๆ อาจจะทำให้บ้านดูสกปรกได้ง่าย อีกทั้งหากไม่เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสตัดกัน ก็จะยิ่งทำให้ห้องดูจืดชืดไปได้ ทางที่ดีลองเลือกใช้สีเข้มทาผนังห้องบ้างดีกว่า คุณอาจจะลองเลือกสีเฉดเข้มสักหน่อยมาวางเทียบบนกระดาษขาวเปล่า ๆ ดูก่อนก็ได้ หากเห็นว่ามันเข้ากันดี ก็ค่อยตัดสินใจเลือกสีนั้นทาผนังห้องรับแขกต่อไป

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Heather Garrett Design

6. วางเก้าอี้หรือโซฟาติดผนังห้อง

           การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องรับแขกก็สำคัญ ควรจะจัดวางอย่างสมดุลกันทั้งห้อง ไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ไว้มุมใดมุมหนึ่งของห้องเพียงฝั่งเดียว และไม่ควรวางโซฟาหรือเก้าอี้ติดผนังห้องด้วย แต่ควรจะเว้นระยะห่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์กับผนังห้องอย่างน้อย 2 ฟุตครึ่ง เพื่อให้สามารถเดินผ่านได้ แต่สำหรับห้องที่มีขนาดไม่กว้างมากนัก และจำเป็นต้องวางเฟอร์นิเจอร์ไว้แค่ฝั่งเดียวของห้อง แนะนำให้ติดกระจกไว้ที่ฝั่งตรงข้าม หรือไม่ก็ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยต้นไม้ เพื่อให้ห้องดูโปร่งสบายตามากขึ้นนั่นเอง

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Nest Decorating

7. กองหนังสือบนโต๊ะ

           หากคุณเป็นคนรักการอ่าน และมีหนังสือหรือนิตยสารในห้องรับแขกอยู่พอสมควร ก็ควรจะจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อาจจะจัดเรียงในชั้นหนังสือ หรือเรียงใส่ตะกร้าใบสวยวางไว้ข้าง ๆ โซฟา หรือโต๊ะรับแขกก็ได้ ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้บนโต๊ะจนกองเท่าภูเขา จะได้ไม่เกะกะขวางหูขวางตาให้ห้องรับแขกดูรกนะคะ

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Kellie Burke Interiors

8. วางหมอนอิงบนโซฟาเยอะเกินไป

           การตกแต่งที่สวยงามต้องมีความพอดี ไม่มากไม่น้อยไป โดยเฉพาะกับโซฟาหรือเก้าอี้รับแขก ที่ไม่ควรรกไปด้วยหมอนอิงหลายใบ จนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ไว้ให้นั่ง ดังนั้นหากคุณอยากจะวางหมอนอิงตกแต่งโซฟา ก็ครเลือกหมอนอิงที่มีขนาดไม่เกิน 18 นิ้ว และควรเลือกลวดลายที่เข้ากันได้ดีกับโซฟาด้วย ที่สำคัญวางหมอนอิงแค่ 2-3 ใบก็พอค่ะ เยอะไปก็เกะกะเปล่า ๆ

สไตล์แต่งห้องนั่งเล่นแบบพลาด ๆ ที่ควรเลี่ยง
ภาพจาก Discount Living

9. ซื้อเฟอร์นิเจอร์จากร้านเดียวทั้งหมด

           โดยส่วนมากแล้วเราจะชอบซื้อของจากร้านที่มีบริการครบวงจร เพราะมันสะดวก แต่สำหรับการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ จำเป็นต้องขยันหาซื้อจากหลาย ๆ ร้านหน่อย เพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ที่แตกต่างกัน จะได้นำมาตกแต่งห้องรับแขกได้อย่างมีมิติ ไม่ซ้ำซากจำเจจากเฟอร์นิเจอร์สไตล์คล้าย ๆ กันทั้งหมด แถมบางครั้งเฟอร์นิเจอร์ในร้านเดียวกัน ก็อาจมีแบบที่ไม่เข้ากันก็ได้ เช่น โซฟาแนวโมเดิร์น กับโต๊ะรับแขกแบบวินเทจ เป็นต้น


           สำหรับคนที่กำลังอยากตกแต่งห้องนั่งเล่นใหม่ ยังไงก็ลองพิจารณาเลือกสไตล์การตกแต่งห้องนั่งเล่นดูก่อนนะคะ เผื่อจะช่วยให้คุณตกแต่งห้องนั่งเล่นได้สวยตรงใจกันมากขึ้น แต่ที่สำคัญ สไตล์การตกแต่งในแบบที่คุณชอบ ก็น่าจะเป็นสไตล์ที่โดนใจมากที่สุดล่ะเนอะ