วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ

อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
อย่างเจ๋ง! ภาพถ่ายที่รับรางวัลการประกวด ภาพถ่ายนานาชาติ
เป็นการรวมสุดยอดภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลการประกวดภาพถ่ายนานาชาติ หรือที่เรียกว่า International Photography Award มีแต่ภาพน่าทึ่งด้วยกันทั้งนั้นเลย ใครที่รักการถ่ายพไม่ควรพลาด เข้ามาชมกันโลดดดด
ที่มา kapook.com

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Lexus LF-NX Turbo Concept ต้นแบบ SUV เครื่องแรง ประหยัดขึ้น

Lexus LF NX Turbo Concept
          หลังจากที่ได้เผยโฉมต้นแบบของรถครอสโอเวอร์ดีไซน์ล้ำสมัยไปแล้วกับเล็กซัส แอลเอฟ เอ็นเอ็กซ์ (Lexus LF-NX) ล่าสุด ค่ายรถหรูจากญี่ปุ่นก็ไม่หยุดแค่นี้ พร้อมกับส่งรุ่นพัฒนาต่อยอดขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง

          รถรุ่นดังกล่าวนั้นก็คือ เล็กซัส แอลเอฟ เอ็นเอ็กซ์ เทอร์โบ คอนเซ็ปต์ (Lexus LF-NX Turbo Concept) ซึ่งมีหน้าตาและดีไซน์เหมือนกับตัวก่อนหน้านี้ทุกประการ ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่น คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเล็กซัสอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคงไม่ใช่ดีไซน์ แต่เป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ซึ่งก็คือเครื่องยนต์นั่นเอง โดยจากเดิมที่เล็กซัสติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี ก็ได้เปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังแรงขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิม
          แต่นอกจากเครื่องยนต์แล้ว เล็กซัส แอลเอฟ เอ็นเอ็กซ์ เทอร์โบ ยังปรับแต่งตัวรถเพียงเล็กน้อยด้วยสเกิร์ตด้านหน้าเพิ่มอารมณ์สปอร์ต ส่วนภายในก็ได้ปรับปรุงปุ่มสั่งการทำงานของรถให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น

          เล็กซัส แอลเอฟ เอ็นเอ็กซ์ เทอร์โบ ยังไม่มีกำหนดการผลิตจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ และอาจจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จในรถรุ่นอื่น ๆ แทนก็เป็นได้ครับ

Lexus LF NX Turbo Concept

Lexus LF NX Turbo Concept

Lexus LF NX Turbo Concept

Lexus LF NX Turbo Concept

Lexus LF NX Turbo Concept

Lexus LF NX Turbo Concept

Lexus LF NX Turbo Concept

Lexus LF NX Turbo Concept

ข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก worldcarfans เเละ lexus

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม


       นิสสันเผยอย่างเปิดอกถึงโปรเจกต์การพัฒนาต้นแบบรุ่นIDx NISMO ว่าเกิดจากกลุ่มคนของนิสสัน และ NISMO มีความลุ่มหลงและเติบโตมากับการเล่นเกมรถแข่ง โดยนำจินตนาการที่เกิดขึ้นในจอสี่เหลี่ยมมาดัดแปลงสร้างสรรค์ ให้เกิดรถต้นแบบทรงสปอร์ตสุดล้ำขึ้นมาได้
       
       สำหรับต้นแบบคันนี้ถูกจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2013 เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในแง่ของแนวคิดการสร้างสรรค์ที่ชวนให้นึกถึงยุครุ่งเรืองของรถสปอร์ตขนาดกะทัดรัด แบบขับเคลื่อนล้อหลังในยุค 1970-1980โดยเป็นการนำต้นแบบรุ่นIDxFreeflowมาต่อยอดการพัฒนา
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม
      
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม
       ทีมพัฒนาเปิดเผยว่า ตัวรถได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งในยุคนั้น และได้มีการดัดแปลงด้วยการนำดีไซน์และสไตล์การแต่งมาใช้กับต้นแบบคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวถังทรงเหลี่ยมเหมือนกล่อง สเกิร์ตล่างต่อจากกันชนหน้าชิ้นใหญ่เหมือนกับรถกวาดหิมะ พวงมาลับแบบ 3 ก้านทรงคลาสสิก
      
       นอกจากนั้นเพื่อให้เกิดความเพรียวลมIDx NISMO มาพร้อมกับความสูงของตัวถังเพียงเล็กน้อย 1,300 มิลลิเมตร ยาว 4,100 มิลลิเมตรและมีความกว้างอยู่ในระดับ 1,800 มิลลิเมตร เพื่อการทรงตัวและการยึดเกาะที่ดี เสริมความหล่อด้วยล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว จับคู่กับยาง 225/40R19
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม
       เครื่องยนต์ที่ใช้ในการขับเคลื่อนเป็นการพัฒนาและต่อยอดมาจากบล็อก 1,600 ซีซี. Di ที่เป็นขุมพลังแบบ Eco-Friendly แต่ทาง NISMO บอกว่ามีการปรับแต่งเพื่อสมรรถนะในการขับเคลื่อนที่เร้าใจผ่านทางเกียร์ CVT ที่สามารถเข้าโหมดปรับเป็นแบบ 6 จังหวะ Manual Shift 
      
       ในแง่ของการผลิตตอนนี้คงยากที่จะบอก แต่ขั้นแรกต้องภาวนาให้ IDxFreeflowกลายเป็นจริงขึ้นมาก่อนจากนั้นIDx NISMO คงตามมาไม่ยากแล้ว
      
       ***ผู้อ่านท่านใดสนใจเข้าชมงาน MOTOR EXPO 2013 ณ อิมแพค ชานเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี วันที่ 30 พ.ย.-10 ธ.ค. 56 มารับบัตรได้คนละ 2 ใบ ณ บ้านพระอาทิตย์ ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. โทร 02-629-4488 มารับช่วงเวลาทำการ 8.00-18.00 น. บัตรมีจำนวนจำกัด***
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม
      
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม
      
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม
      
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม
      
Nissan IDxNISMO : พลังสร้างสรรค์จากเกม

ที่มา manager.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รู้เท่าทัน กลโกงเงิน


การหลอกลวงผ่านทางโทรศัพท์
มิจฉาชีพจะใช้โทรศัพท์ หรือบริการเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต (Voice over international protocol หรือ VolP) แอบอ้างเป็น
เจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน หรือเจ้าพนักงานในหน่วยงานของรัฐ ฯลฯ เพื่อหลอกลวงเราให้เกิดความตกใจและกลัว แล้วจึงเสนอความช่วยเหลือโดยให้เราไปทำรายการที่เครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของกลุ่มมิจฉาชีพ เมื่อเราโอนเงินเสร็จ พวกเขาก็จะถอนเงินออกจากบัญชีนั้นทันที วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในกลุ่มมิจฉาชีพจากต่างประเทศ
มิจฉาชีพทำให้เราตกใจ และกลัวได้อย่างไร
> อ้างว่า บัญชีของเราถูกนำไปใช้กับขบวนการค้ายาเสพติด และจะถูกอายัดโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
   (ปปง.) จึงขอให้เราไปทำรายการที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อยืนยันตัวตนและปลดรายการอายัด หรืออาจให้เราโอนเงินไปยังหน่วยงานของรัฐ
   อาทิ  ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ให้โอนเงินไปยังบุคคลที่มีการอ้างถึงว่าเป็นผู้มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่น่าเชื่อถือ เช่น
   นายตำรวจ  เจ้าหน้าที่ธนาคาร เป็นต้น
 
> อ้าง
ว่า โทรมาจากศูนย์กลางการอายัดบัตร หรือฝ่ายตรวจสอบจากแบงก์ชาติ โดยบอกเราว่าบัตรเครดิตหรือบัญชีของเรา
   ถูกอายัด และขอให้เรายืนยันเลขที่บัญชี เลขที่บัตรเครดิตและรหัสเพื่อปลดอายัดบัตร หรือบัญชีของเรา


> อ้างว่า ข้อมูลของเราได้สูญหายไปกับน้ำท่วม จึงขอให้เราแจ้งรายละเอียดบัญชี ข้อมูลส่วนตัว แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้
   เบิกถอนเงิน
> แจ้ง หรือ ข่มขู่เราว่า เรามีหนี้บัตรเครดิต ค่าโทรศัพท์ หรือบริการอื่นๆ ที่ต้องชำระทันที ไม่เช่นนั้น จะถูก
   ดำเนินการตามกฎหมาย

> 
หลอกเอาผลตอบแทนสูงมาล่อ โดยการชักชวนเราไปลงทุนหรือเก็งกำไรในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
   ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงในการลงทุน เราจึงอาจถูกหลอกได้
ป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงทางโทรศัพท์กันเถอะ
> หากมีคนโทรศัพท์มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการเงิน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นผู้ไม่หวังดี
   เพราะสถาบันการเงิน และหน่วยงานของรัฐ ไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนตัวและไม่มีนโยบายแจ้งให้ลูกค้าหรือประชาชน
   โอนเงินผ่านทางโทรศัพท์ให้กับสถาบันการเงิน หรือหน่วยงานของรัฐ
> เมื่อได้รับโทรศัพท์จากคนไม่รู้จัก หรือไม่คุ้นเคย ไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัว อย่าตกใจและหลงเชื่อไปทำรายการที่เครื่องเอทีเอ็ม

>  อย่าโทรกลับเบอร์ที่ได้รับการแจ้ง แต่ควรเช็คเบอร์หน่วยงานที่ถูกอ้างถึงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ของหน่วยงานนั้น
   หรือ ติดต่อ 1133 เพื่อสอบถามเบอร์โทรของหน่วยงานที่ถูกอ้างถึง

> อย่าหวังผลกำไรจากการลงทุน หรือเก็งกำไรในธุรกิจใด ๆ ที่สูงเกินจริง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของธุรกิจค้าเงินเถื่อนได้
แก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงทางโทรศัพท์มีวิธีเลือกเหยื่ออย่างไร
> ใช้วิธีสุ่มโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือที่ขึ้นต้นด้วย 08....09.....โดยวิธีการโทร.สุ่มตัวอย่างไปเรื่อยๆ เช่น 0818200000,
    0818200001...เนื่องจากเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานมานาน และไม่ใช่หมายเลขที่ใช้งานชั่วคราว
>  มักจะหลอกลวงว่าได้มีการอายัดบัญชีเงินฝากหรือบัตรเครดิตของเหยื่อ ที่มีอยู่กับธนาคารขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกรุงเทพ
   ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกร ฯลฯ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ใช้บริการกับธนาคารขนาดใหญ่

...หากไม่แน่ใจ ควรติดต่อหรือโทรศัพท์สอบถามไปยังสถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่ถูกแอบอ้างจะดีกว่า...  

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมิได้นิ่งนอนใจ มีการปราบปรามแก๊งมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการมิจฉาชีพแก๊ง call center เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา
  

กลลวงผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Banking : e - banking) และบัตรกดเงินต่าง ๆ 
1. ใช้เครื่องบันทึกข้อมุลในแถบแม่เหล็ก (Skimmer)
มิจฉาชีพจะทำการติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลในแถบแม่เหล็ก (Skimmer) ไว้ที่ช่องเสียบบัตรเพื่อคัดลอกข้อมูลในบัตรหรือนำแป้นกดตัวเลขปลอมครอบแป้นกดตัวเลขของตู้เอทีเอ็ม และทำการแอบดูรหัสผ่านจากการติดตั้งกล้องไว้ ณ ตู้เอทีเอ็ม หรือ แอบดู แล้วจึงนำข้อมูลดังกล่าวไปทำบัตรปลอมและถอนเงิน โอนเงิน หรือซื้อสินค้าและบริการในนามของเรา

                                                     
                                 ตู้เอทีเอ็มที่ปลอดภัย                           ตู้เอทีเอ็มที่มีการตั้งเครื่อง Skimmer และแป้นกดตัวเลขปลอม
                                                
                                       ตู้เอทีเอ็มที่มีการติดตั้งกล้องขนาดเล็ก เพื่อแอบดูการกดรหัสของเรา

2. ใช้อุปกรณ์คัดลอกข้อมุล (Scanner) 
มิจฉาชีพจะทำการขโมยบัตรเดบิตหรือเครดิตของเรา แล้วนำไปรูดกับอุปกรณ์คัดลอกข้อมูลที่อยู่ในบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปผลิตบัตรปลอมสำหรับใช้ซื้อสินค้าและบริการ
                                          
เครื่องสแกนเนอร์ที่มิจฉาชีพใช้รูดเพื่อขโมยข้อมูลของเรา
3. ปลอมอีเมล์ และสร้างเว็บไซต์ธนาคารพาณิชย์ปลอม (Phishing) 
มิจฉาชีพจะส่งอีเมล์แอบอ้างว่าเป็นธนาคารพาณิชย์ คนรู้จัก หรือเพื่อนสนิท เพื่อขอข้อมูลทางการเงิน หรือให้ทำการโอนเงินให้
อีเมล์แอบอ้างมีลักษณะอย่างไร 
อีเมล์จากธนาคารพาณิชย์
มิจฉาชีพจะทำการส่งอีเมล์มาให้เราในหัวข้อและข้อความที่น่าเชื่อถือ อาจจะเป็นการแจ้งให้เรายืนยันข้อมูลทางการเงินเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัย หรือ อาจแจ้งว่าบัญชีของเราถูกอายัดไว้ชั่วคราว จึงขอให้ยืนยันข้อมูลส่วนตัวโดยให้กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มที่แนบมา หรือในลิงก์แนบที่เชื่อมไปยังเว็บไซต์ปลอมที่มีหน้าตาเหมือนเว็บไซต์
ของสถาบันการเงินนั้นๆ แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้มานั้นไปใช้แอบอ้างทำการซื้อหรือชำระสินค้าและบริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
อีเมล์จากคนรู้จัก เพื่อน หรือ ญาติสนิท
มิจฉาชีพจะส่งอีเมล์มาหาเราโดยใช้อีเมล์ของคนรู้จักของเรา มีข้อความในลักษณะการขอความช่วยเหลือ โดยแอบอ้างว่าพวกเขาเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของเรา และกำลังเดือดร้อนด้วยเหตุต่างๆในต่างประเทศ จึงอยากขอให้เราโอนเงินให้พวกเขา
...เช็คข้อมุลกับสถาบันการเงิน หรือติดต่อไปหาคนรู้จักก่อนที่จะทำการโอนเงินหรือให้ข้อมูลใด ๆ...
   
ต้วอย่าง รูปแบบ อีเมล์และเว็บไซต์ที่แอบอ้างเป็นธนาคารพาณิชย์

ตัวอย่าง รูปแบบ เว็บไซต์ปลอม

4. การแท็บสายโทรศัพท์เพื่อดักขโมยข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเครดิตที่ตู้พักสายโทรศัพท์

มิจฉาชีพจะทำการดักขโมยข้อมูลของเราที่ถูกส่งจากร้านค้าไปยังสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการบัตรเครดิตขณะที่มีการใช้จ่าย โดยมิจฉาชีพจะทำการติดตั้งเครื่องดักข้อมูลที่ตู้พักสายโทรศัพท์ แล้วนำข้อมูลที่ได้ ไปทำบัตรเครดิตปลอมเพื่อใช้ซื้อสินค้าและบริการต่างๆในนามของเรา

แบบนี้การใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตใช้จ่ายก็ไม่ปลอดภัยนะสิ...
ยังคงปลอดภัยอยู่ เพราะสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้ร่วมกันป้องกันการดักขโมยข้อมูลด้วยวิธีการใส่รหัสข้อมูล (Encryption) ในการรับส่งข้อมูลตั้งแต่ต้นทางและปลายทางทำให้ผู้ไม่ได้รับอนุญาตไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ ดังนั้น หากมีการรูดบัตรในสถานที่ไม่มีความเสี่ยง จึงวางใจได้ว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรยังคงปลอดภัยอยู่

ทำอย่างไร...จึงจะปลอดภัยจากกลโกงผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
 

1. ไม่ใช้เอทีเอ็มที่ตั้งไว้ ณ จุดเสี่ยง เพราะคนร้ายสามารถติดอุปกรณ์บันทึกข้อมูลได้ง่าย และควรสังเกตตู้ก่อนใช้งานว่ามี
     ลักษณะผิดปกติหรือไม่ เช่น แป้นพิมพ์มีลักษณะถูกครอบด้วยอุปกรณ์บางชนิด หรือมีกล่องแปะอยู่ข้างตู้ หรือมีอุปกรณ์
     แปลกปลอมติดอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นการกดรหัสผ่านได้
2. หลีกเหลี่ยงการใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตกับร้านค้าที่มีความเสี่ยง หรือบริเวณที่มีข่าวการทุจริต
3. ใช้มือปิดบังทุกครั้งระหว่างการกดรหัสเอทีเอ็ม
4. หากใช้บัตรในการชำระสินค้าและบริการ ควรอยู่ในบริเวณที่มองเห็นการทำรายการ ทั้งนี้เพื่อป้องกันพนักงานนำบัตร
    ไปรูดกับเครื่องคัดลอกข้อมูล 
(Scanner)
5. ไม่บอกรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญทางการเงินแก่ผู้อื่น และไม่เขียนรหัสผ่านไว้บนบัตร นอกจากนี้ควรทำลายเอกสาร
     แจ้งรหัสผ่าน และเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำทุก 3 เดือน
6. ไม่ควรใช้รหัสผ่านที่เหมือนกันสำหรับการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่างๆของธนาคารพาณิชย์
7. เก็บใบบันทึกรายการไว้ทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบยอดใช้จ่าย และควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ หากมีเหตุ
    สงสัยหรือผิดปกติ ให้รีบแจ้งธนาคารพาณิชย์เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาทันที
8. อ่านข้อควรระวังเกี่ยวกับพฤติกรรมการหลอกลวงรูปแบบต่างๆของธนาคารพาณิชย์อย่างสม่ำเสมอ
9. หากบัตรสูญหายหรือถูกขโมย ให้รีบแจ้งธนาคารพาณิชย์ผู้ออกบัตรดำเนินการอายัดบัตรทันที
10. ไม่ควรตอบรับอีเมล์จากคนที่ไม่รู้จัก คนคุ้นเคย หรือผู้ที่ขอให้ผู้ใช้บริการส่งข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญทางการเงิน
      ให้ เพราะธนาคารพาณิชย์ไม่มีนโยบายขอข้อมูลส่วนตัวลูกค้าผ่านทางอีเมล์ โทรศัพท์ หรือจดหมาย
11. ไม่ควรเชื่อมโยงลิงก์ที่แนบมากับอีเมล์ เมื่อต้องการเข้าใช้บริการธนาคารพาณิชย์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ควรพิมพ์
       ชื่อเว็บไซต์และตรวจสอบการสะกดคำให้ถูกต้องทุกครั้ง



ภัยจากกลโกงบัตรเครดิต และบัตรผ่อนสินค้า
เป็นอย่างไรนะ...โกงผ่านบัตรเครดิต
มิจฉาชีพจะทำการขโมย ข้อมูลบัตรเครดิต บัตรเครดิต หรือข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ของเรา แล้วนำไปซื้อสินค้าและบริการต่างๆในนามของเรา โดยวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้ มีดังนี้
1. ปลอมแปลงเอกสารสำคัญในการสมัครบัตรเครดิต เพื่อหลอกลวงให้สถาบันการเงินออกบัตรให้ในนามของเรา
2. ขโมยบัตรเครดิตหรือนำบัตรที่สูญหายไปใช้โดยที่เราไม่รู้ตัว
3. ใช้อุปกรณ์อ่านข้อมูลจากแถบแม่เหล็ก (เครื่อง Skimmer) คัดลอกข้อมูลของเราแล้วทำบัตรปลอม
4. หลอกลวงขอข้อมูลของบัตรและข้อมูลส่วนตัวของเรา แล้วนำไปใช้ซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางอินเตอร์เน็ต ข้อมูลดังกล่าว
    ได้แก่ ชื่อผู้ถือบัตร ประเภทของบัตร ธนาคารผู้ออกบัตร หมายเลขบัตร เดือน/ปี ที่ออกบัตร และเดือน/ปี ที่หมดอายุ รวมไปถึง
    รหัสปลอดภัยเลข 3 -4 หลัก ที่ปรากฏอยู่บนบัตร
เตรียมพร้อม...ระวังภัยบัตรเครดิต 
1. เซ็นชื่อหลังบัตรทันทีเมื่อได้รับบัตรใหม่
2. เก็บรักษาบัตรเครดิต บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และเอกสารสำคัญอื่นๆไว้ในที่ปลอดภัยและไม่มอบให้กับ
     ผู้ไม่น่าไว้ใจ
3. จดหมายเลขบัญชีบัตรเครดิต รหัสถอนเงินสด และหมายเลขโทรศัพท์สำหรับแจ้งอายัดบัตรได้กรณีบัตรหายไว้ในที่
    ปลอดภัย (ไม่ควรเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ หรือเก็บรวมกับบัตรเครดิต)
4. อย่าเปิดเผยรหัสถอนเงินสดให้กับผู้อื่น
5. อย่าเปิดเผยรหัสความปลอดภัยโดยไม่จำเป็น  (สำหรับบัตร MasterCard และ Visa  คือ
    เลข 3 หลัก ที่อยู่ด้านหลังบัตร บริเวณขวามือของแถบลายเซ็น สำหรับบัตร 
American Express คือ เลข 4 หลัก
    ที่อยู่ด้านหน้าบัตร บริเวณเหนือหมายเลขบัตรเครดิต )
6. พึงระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคุณ เช่น เลขประจำตัวประชาชน  และ วัน/เดือน/ปี เกิด เป็นต้น รวมถึงข้อมูล
    ที่อยู่บนบัตรเครดิต ซึ่งสามารถนำไปทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้  คือ
     - ธนาคารผู้ออกบัตร และประเภทของบัตร
     - ชื่อผู้ถือบัตร
     - หมายเลขบัตรเครดิต
     - เดือน/ปี ที่ออกบัตร และ เดือน/ปี ที่บัตรหมดอายุ 
7. หลี่กเลี่ยงการใช้บัตรในร้านค้าหรือตู้เอทีเอ็มที่มีความเสี่ยงหรือมีข่าวการทุจริต หากจำเป็นต้องใช้ในสถานที่ดังกล่าว
    ควรอยู่ ณ จุดที่พนักงานทำรายการ หรืออยู่บริเวณใกล้ๆในระยะที่สังเกตได้
8. การใช้บัตรที่ร้านค้าควรเช็คให้แน่ใจว่าได้บัตรเครดิตคืนมาทุกครั้ง และตรวจสอบชื่อ-นามสกุลบนบัตร
9. ตรวจสอบความถูกต้องก่อนเซ็นชื่อใน Sales Slip และเก็บไว้เพื่อตรวจสอบกับใบแจ้งหนี้ หากไม่ถูกต้อง แจ้งผู้ออกบัตร
    ทันที
10. การใช้บัตรเครดิตเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าจากตู้ ATM ควรปฏิบัติ ดังนี้
      - ระวังไม่ให้ผู้อื่นเห็นรหัสเบิกถอนเงินสด
      - ระมัดระวัง ATM ที่น่าสงสัยว่าอาจมีการลักลอบติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ขโมยข้อมูลจากบัตรเครดิต เช่น เครื่องอ่านแถบ
         แม่เหล็กที่ช่องเสียบบัตรเพื่อขโมยข้อมูล หรือเครื่องบันทึกข้อมูลที่แป้นกดรหัสเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว
11. การซื้อสินค้าหรือบริการทางอินเทอร์เน็ต  ควรเลือกใช้บริการเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ
12. กรณีบัตรเครดิตหาย ต้องรีบแจ้งให้ผู้ออกบัตรทราบทันที (ทั้งนี้ คุณยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนการแจ้งบัตรหาย)
13. ทำลายบัตรเครดิตก่อนที่คุณจะทิ้งบัตรเครดิต หรือเอกสารใดๆ เกี่ยวกับบัตรเครดิตทุกครั้ง เพื่อมิให้ผู้อื่นนำข้อมูลไปใช้
      โดยมิชอบ
บัตรผ่อนสินค้า คืออะไร
บัตรผ่อนสินค้า เป็นบัตรที่ใช้ซื้อสินค้า โดยส่วนมากมักใช้สำหรับการซื้อสินค้าเงินผ่อน ซึ่งผู้ซื้อยังไม่ต้องจ่ายค่าสินค้าเต็มจำนวน โดยบริษัทผู้ออกบัตรจะเป็นผู้ชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนให้แทน หลังจากนั้นผู้ซื้อต้องชำระเงินค่าสินค้าและดอกเบี้ยคืนให้กับบริษัทผู้ออกบัตรจนครบสัญญา

มิจฉาชีพโกงผ่านบัตรผ่อนสินค้าหรือบัตรเครดิตได้ด้วยหรือ
ได้สิ โดยใช้บัตรผ่อนสินค้าและบัตรเครดิตในการซื้อสินค้า

มิจฉาชีพทำอย่างไร
มิจฉาชีพจะติดป้ายโฆษณาตามเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ หรือที่สาธารณะ ด้วยข้อความเชิญชวน เช่น ให้วงเงินสูง อนุมัติและรับเงินสดทันทีภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับ เงินกู้นอกระบบ หากเราสนใจและติดต่อไปตามเบอร์โทรที่ให้ไว้ มิจฉาชีพจะแนะนำวิธีการและเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวกับการขอรับสินเชื่อ โดยเราไม่จำเป็นต้องมีประวัติการเงินที่ดี หรือมีวงเงินเหลือในบัตรเครดิตมากนัก

                     
หากเรายอมรับข้อตกลง มิจฉาชีพจะพาเราไปสมัครบัตรผ่อนสินค้าของบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (หากเรามีบัตรผ่อนสินค้า หรือบัตรเครดิตอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องสมัครใหม่) เมื่อได้บัตรแล้วมิจฉาชีพจะพาเราไปซื้อสินค้าโดยจ่ายผ่านบัตรนั้นๆของเรา หลังจากนั้นมิจฉาชีพจะเป็นผู้รับซื้อสินค้านั้น โดยจะหักค่านายหน้าประมาณ 30%

ตัวอย่าง เช่น

เราตกลงกู้เงินนอกระบบกับกลุ่มมิจฉาชีพแล้ว เขาก็จะพาเราไปทำบัตรผ่อนสินค้า (ถ้ามีแล้วก็ไม่ต้องทำ) เมื่อได้บัตรก็พาเราไปซื้อสินค้า สมมติราคาเท่ากับ 10,000 บาท มิจฉาชีพก็จะหักค่านายหน้า 30 % คิดเป็นเงิน 3,000 บาท เราก็จะได้เงินแค่ 7,000 บาท แต่เป็นหนี้ทั้งหมด 10,000 บาท

เรายังต้องเสียเงินค่าอย่างอื่นอีกไหม

เสียสิ เรายังคงต้องเสียเงินผ่อนชำระสินค้าพร้อมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อีก 28
% ให้กับผู้ออกบัตร โดยผู้ปล่อยกู้ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบใด ๆ และยังนำสินค้าไปจำหน่ายต่ออีกด้วย
ถ้าไม่อยากถูกโกงทำอย่างไร 
1. ใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลกับสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ถูกกฎหมาย
     เท่านั้น
2. พิจารณาเปรียบเทียบเรื่อง อัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการ
    จัดการเงินกู้ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี ก่อนใช้บริการ
3. ระมัดระวังโฆษณาอัตราดอกเบี้ยที่แจ้งว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อเดือน หรือต่อปี  
เกร็ดความรู้เรื่องดอกเบี้ย
                                                  อัตราดอกเบี้ยต่อปี        = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน  x 12
                                                  อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง  = อัตราดอกเบี้ยเงินต้นเท่ากันทุกงวด  x 1.8
                                                     
(Effective Rate)                         (Flat Rate) 

4. อย่าใช้บริการสินเชื่อเพียงเพราะต้องการของแถม ควรใช้เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องกู้ยืม



หลอกลวงเงินผ่านแชร์ลูกโซ่
แชร์ลูกโซ่ คืออะไร 
เป็นกลโกงหลอกให้เราลงทุนในธุรกิจที่มีผลตอบแทนสูงผิดปกติ โดยในช่วงต้นจะมีการจ่ายผลตอบแทนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่จริง ๆ แล้ว เป็นเงินที่เอามาจากนักลงทุนรายใหม่ ไม่ได้มาจากเงินลงทุนจริง ๆ ถ้าไม่มีนักลงทุนรายใหม่ ก็ไม่มีเงินจ่ายนักลงทุนรายเก่า แชร์ก็ปิดตัว ผู้ลงทุนก็เสียเงินไป
แชร์แบบไหนที่ควรระวัง
- ที่ตั้งสำนักงานไม่มั่นคงถาวร เช่น เช่าตึกที่ไม่มีอาคารเป็นของตัวเอง ทรัพย์สินมีค่าในสำนักงานมีน้อย
- ไม่มีโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตัวเอง แต่มีสินค้าซึ่งไม่ระบุแหล่งผลิตถาวร
- เก็บค่าสมัครสมาชิกเป็นจำนวนสูงมาก และมีการบังคับซื้อสินค้า
- ไม่เน้นการขายสินค้าแต่เน้นให้สร้างทีมให้หาสมาชิกและผู้ลงทุนรายใหม่ โดยหาสมาชิกได้มากจะได้ค่าตอบแทนมาก
- ลงทุนต่ำ ผลตอบแทนสูงและจ่ายค่าตอบแทนเร็วเกินเหตุ รับลงทุนแบบไม่จำกัดจำนวน
ทำไมถึงมีคนถูกหลอกผ่านแชร์ลูกโซ่

ผู้ที่ทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ใช้วีธีการ ดังนี้
 
- ใช้เครือข่ายจากความใกล้ชิดสนิทสนมใกล้ตัวที่เราไว้ใจได้
- อ้างถึงบุคคลที่น่าเชื่อถือว่าได้เข้าร่วมหุ้นกับบริษัทด้วย เช่น รัฐมนตรี อธิบดี หรือเจ้านายเรา ฯลฯ พร้อมภาพบุคคลเหล่านั้น
  ร่วมกิจกรรม
- แสดงหลักฐานเรื่องผลประโยชน์ที่ตนเองได้รับมาแล้ว เช่น เงินที่เข้าบัญชี เพื่อให้เหยื่อเชื่อในประโยชน์ที่จะได้รับ
- ใช้สื่อโฆษณาสร้างความมั่นใจ เช่น โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ
- แสดงแผนการลงทุนและสัญญาร่วมทุนให้ดู ทำให้เห็นว่าการลงทุนจะได้รับผลตอบแทนมหาศาล
- จัดอมรมสัมมนาหรือแถลงข่าวเปิดตัวที่โรงแรมใหญ่ๆ และเชิญคนดังมาร่วมงานมากมาย
- มักจะหว่านล้อมและกดดันให้เหยื่อรีบตัดสินใจ โดยจะเชิญเหยื่อไปที่บริษัท แล้วพยายามให้ทีมงานแสดงให้เห็นถึงผลตอบ
  แทนที่จะได้รับ หลังจากนั้นพยายามกดดันให้เหยื่อตัดสินใจ


 

เงินกู้นอกระบบ (Loan Sharks) เป็นอย่างไร
ลักษณะของเงินกู้นอกระบบเป็นอย่างไร 
- เป็นการให้กู้ยืมเงินจากกลุ่มบุคคลที่มักเป็นนายทุนมีอิทธิพลในท้องถิ่น
- เงินกู้ที่มีการติดป้ายประกาศตามป้ายรถประจำทาง ตู้สาธารณะ หรือบนรถบริการสาธารณะ โดยมีข้อความชักจูง เช่น
   “เงินกู้ 100
%”  “เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ” “เงินด่วนทันใจเพียงมีบัตรผ่อนสินค้าก็สามารถกู้ได้เต็มจำนวน” หรือ
   “อนุมัติเร็วภายใน  3 ชม.” เป็นต้น
- เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมากเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน แล้วแต่ข้อตกลง
- อาจมีสัญญากู้ยืม หรือไม่มีก็ได้
- อาจมีหรือไม่มีหลักประกันก็ได้ หากมีการเรียกหลักประกัน ผู้ให้กู้จะยึดหลักประกันไว้ พร้อมกับให้ผู้กู้เซ็นใบมอบฉันทะเพื่อ
  โอนกรรมสิทธิ์ไว้ หากมีการผิดชำระหนี้ หลักประกันก็จะถูกยึด
- มีการติดตามทวงหนี้ที่มีลักษณะไม่เหมาะสม เช่น ขู่กรรโชก ทำร้ายร่างกาย

ตัวอย่าง  สมมติว่า กู้เงินจำนวน 10,000 บาท ผ่อนวันละ 220 บาท จำนวน 60 วัน ฉะนั้น ดอกเบี้ยทั้งสิ้น 3,200 บาท หรือคิด
เป็นอัตราร้อยละ 350.2 ต่อปี (ตัวเลขสมมติเท่านั้น)

 ใครที่ใช้เงินกู้แบบนี้
  ส่วนมากจะเป็นคนที่ไม่สามารถกู้เงินจาก
  ธนาคารได้ เช่น

  - คนที่มีรายได้น้อย หรือรายได้ไม่แน่นอน
  - ประวัตการชำระหนี้ไม่ดี หรือไม่มีทรัพย์สินหรือ
    บุคคลค้ำประกัน
  - ต้องการใช้เงินเร่งด่วน


 

ถ้าเรากลายเป็นเหยื่อของเงินกู้นอกระบบ เราจะทำอย่างไร
แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ เราไม่สามารถฟ้องเองได้เนื่องจากความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 เป็นความผิดตามอาญาแผ่นดิน ซึ่งผู้เสียหายคือ รัฐ

 


ทำอย่างไรเมื่อคุณโดนหลอก
 
1. ตั้งสติให้ดี จดบันทึกและเก็บข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลต่อไป
2. กรณีที่โอนเงินให้กลุ่มมิจฉาชีพแล้ว ให้รีบดำเนินการดังนี้
    
o   โทรศัพท์แจ้งไปยังฝ่ายบริการลูกค้า (Call center) ของสถาบันการเงินนั้น ๆ
    
o   โทรศัพท์แจ้งไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โทร. 1155 หรือ 1195
    
o   โทรศัพท์แจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุ
3. กรณีถูกหลอกในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน ให้รีบติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า (Call center) ของสถาบันการเงินนั้นๆ
    เพื่อขอความช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อน
4. สามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับสถาบันการเงินนั้น ได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศ
    ไทย เพื่อขอข้อมูลหรือขอคำแนะนำในแนวทางการดำเนินการ

 

ติดต่อใครดี เมื่อถูกโกง...
1.    ด้านสินเชื่อ การโกงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
     
ท่านสามารถแจ้งเรื่อง หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน 
(ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย
      ในเวลาทำการ 08.30 – 16.30 น. ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
       
o   สายด่วน ศคง. โทร. 1213  หรือ โทรสารหมายเลข 0-2283-6151
       
o   Email address: fcc@bot.or.th
       
o   ส่งจดหมาย หรือติดต่อเข้าพบเพื่อขอคำปรึกษาด้วยตนเองที่

              ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (
ศคง.) อาคาร 3 ชั้น 5
              
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่               273 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา            เขตพระนคร กรุงเทพ 10200

              ส่วนคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
              ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ              68/3 ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก
              อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300
             
              ส่วนคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
              ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงหนือ              393 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง
              อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
             
              ส่วนคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
              ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้              472 ถนนเพชรเกษม อำเภอหาดหใญ่
              จังหวัดสงขลา 90110
              

2.    ด้านแชร์ลูกโซ่
     
ท่านสามารถติดต่อร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่
      ส่วนป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงิน ภาคประชาชน
      สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลัง
      
o   โทร 0-2273-9140, 0-2273-9021 ต่อ 2627 – 34
      
o   สายด่วนการเงินนอกระบบ 1359 และ 1689
      
o   Email address: 1359@mof.go.th หรือ fincrime@mof.go.th
      o   ส่งจดหมายมาที่ ตู้ ปณ. 1359 ปณจ. บางรัก  

3.    ด้านเงินกู้นอกระบบ      ท่านสามารถติดต่อร้องเรียนได้ที่
      
o   สถานีตำรวจท้องที่ทุกแห่ง
      
o   ศูนย์ปราบปรามการปล่อยเงินกู้และการทวงหนี้นอกระบบ (บก.ปคบ.)
           
·         โทรศัพท์ 0-2513-0051 – 53
           
·         สายด่วน ปคบ. 1135
           
·         ส่งจดหมายมาที่ ตู้ ปณ. 459 ปณศ.สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
                    
Website: www.consumer.police.go.th